วิธีง่ายๆ ดันเพจให้ติดอันดับในช่องค้นหาเฟสบุ๊ค (Facebook SEO)

วิธีง่ายๆ-ดันเพจให้ติดอันดับในช่องค้นหาเฟสบุ๊ค.png

คุณพ่อค้าแม่ค้าที่มีเพจร้านค้าทุกคนจะต้องเจอปัญหาเดียวกันก็คือการหาลูกค้า ซึ่งวิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้และการันตีว่าจะมีคนเห็นเพจของเราก็คือการลงโฆษณากับเฟสบุ๊ค แต่รู้ไหมคะว่ามีอีกวิธีที่ทั้งดีและไม่เสียตังค์สักบาท นั่นคือการทำให้เพจร้านค้าของเราโชว์ในช่องค้นหาค่ะ เช่น เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนพิมพ์หาสินค้าของเรา อย่าง "ขายเสื้อยืด" เพจของเราก็จะขึ้นตรงช่องค้นหา ทำให้คนค้นเจอได้ง่ายๆ เพิ่มลูกค้าได้ไม่ยากเลยค่ะ

pp-keywords

เห็นรูปน้ีคุณพ่อค้าแม่ค้าหลายคนอาจคิดว่าตายละ เราไม่ได้ตั้งชื่อเพจให้คนค้นหาเจอง่ายๆ จะทำอย่างไรดี แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ไม่ว่าร้านเก่าหรือใหม่ก็สามารถแก้ไขเพจให้ค้นหาเจอได้ง่ายทั้งนั้นค่ะ ว่าแล้วก็มาดูวิธีที่จะช่วยให้เพจของคุณพ่อค้าแม่ค้าปรากฏเป็นอันดับต้นๆ ในช่องค้นหาซึ่งจะช่วยเพิ่มจำนวนลูกค้าให้กันดีกว่าค่ะ :)

1. การตั้งชื่อเพจ (Page name)

PP-FB-Title
การแก้ไขชื่อเพจ ไปที่ หน้าเพจ ▶︎ เกี่ยวกับ ▶︎ กด ‘แก้ไข’ ที่ชื่อ

การแก้ไขชื่อเพจ ไปที่ หน้าเพจ ▶︎ เกี่ยวกับ ▶︎ กด ‘แก้ไข’ ที่ชื่อ

ชื่อเพจเป็นด่านแรกที่ทำให้ลูกค้าค้นหาร้านเราเจอเลยค่ะ ยิ่งถ้าลูกค้าเซิซ (Search) แล้วเจอเราง่ายเท่าไร ยิ่งทำให้เรามีลูกค้าเข้าร้านเยอะเท่านั้น เทคนิคง่ายในการตั้งชื่อเพจ

  • ชื่อร้านต้องอ่านง่าย

  • ลูกค้าต้องรู้ว่าขายอะไร

  • คำแรกของชื่อเพจสำคัญที่สุด

  • อย่าตั้งชื่อยาวมากเกินไป

ในส่วนนี้ให้ใส่สินค้าที่คุณขายเข้าไปด้วย เอาให้เป็นคำ (Keyword) ที่คิดว่าลูกค้าจะใช้ค้นหาสินค้าของคุณนะคะ เช่น จากเดิมใช้ว่า "Pimploen’s Shop" ก็อาจจะเพิ่มเป็น "Pimploen’s Shop สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า เดรส" เพื่อให้เพจร้านของเราโชว์เวลาที่มีคนค้นหาด้วยคำแบบนี้ค่ะ ใครที่อยากเปลี่ยนชื่อเพจ ดูขั้นตอนการยื่นเรื่องของเปลี่ยนชื่อเพจได้ที่ How to วิธีเปลี่ยนชื่อเฟสบุ๊คเพจ (Facebook Page)

Tips ในการตั้งชื่อเพจ

| คุณต้องรู้คีย์เวิร์ด (Keyword) ที่ลูกค้าค้นหา เช่น ชื่อสินค้า เสื้อผ้าเกาหลี ชุดนอนผู้หญิง เป็นต้น เพื่อให้ลูกค้าค้นหาเราเจอง่ายขึ้น
| ยิ่งมีคีย์เวิร์ดที่ลูกค้าชอบใช้ค้นหาอยู่ในชื่อเพจ ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าค้นหาเพจเจอได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

2. ตั้ง URL Facebook Page (Username)

URL หรือ username บน Facebook จะแสดงในรูปแบบ “www.facebook.com/username” ตรง username หลัง / นี่ล่ะค่ะที่เราต้องคิดให้ดีว่าจะตั้งอย่างไรให้คนค้นหาเจอและติดอันดับทั้งบน Facebook และ Google ซึ่งเทคนิคการตั้งง่ายๆมีอย่างเดียวเลยคือ สั้น กระชับ เป็นคำที่คนใช้เซิซ หรือจะใช้ชื่อแบรนด์ก็ได้

3. ระบุข้อมูลใน About (เกี่ยวกับ) และข้อมูลสินค้า)

PP-shop-description
หลังจากแก้ชื่อเพจแล้ว เลื่อนลงมาจะเจอส่วนของ ‘ข้อมูลเพิ่มเติม’ ให้แก้ไข ‘เกี่ยวกับ’ และ ‘สินค้า'

หลังจากแก้ชื่อเพจแล้ว เลื่อนลงมาจะเจอส่วนของ ‘ข้อมูลเพิ่มเติม’ ให้แก้ไข ‘เกี่ยวกับ’ และ ‘สินค้า'

การใส่ข้อมูลใน About (เกี่ยวกับ) ในข้อมูลเพจสำคัญมากเช่นกัน ควรใส่รายละเอียดที่ตรงกับที่คำที่ลูกค้าจะพิมพ์ค้นหาให้มากที่สุด ซึ่งอันนี้ไม่ง่ายเลยเพราะข้อมูลในส่วนนี้จำกัดตัวอักษรให้เพียงแค่ 150 ตัวอักษรเท่านั้น ตรงส่วนนี้ก็ให้ใส่รายละเอียดเกี่ยวกับร้านค้าของคุณจะเป็นไอดี LINE LINE@ สำหรับติดต่อก็ได้ค่ะ

จากนั้นก็เขียนอธิบายเกี่ยวกับสินค้าที่คุณขาย โดยพยายามใช้คำที่คิดว่าลูกค้าน่าจะใช้ค้นหาสินค้า เช่น “สินค้าแฟชั่น” หรือ “เสื้อผ้า” และคำว่า “ราคาถูก” ค่ะ และถ้าอยากให้ลูกค้าค้นหาเราเจอง่ายยิ่งขึ้น แนะนำให้ใส่รายละเอียดในส่วนของสินค้าด้วยจะยิ่งมีผลต่อการค้นหาด้วยค่ะ

4. ใส่ เว็บไซต์ (Website)

 
Artboard 6.png
 

ถ้าคุณใช้ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ Page365 อยู่แล้ว ก็สามารถนำเอา URL ร้านค้า Page365 Store ที่เราแถมฟรีให้คุณตอนคุณสมัครใช้งานมาใส่ได้เลย การใส่ข้อมูลตรงนี้ก็จะทำให้เพจของคุณสมบูรณ์ขึ้น มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ถ้าคุณพ่อค้าแม่ค้าที่ใช้ระบบ Page365 ยังไม่รู้วิธีเช็ค Website ของตัวเอง ดูตามภาพด้านล่างเลยค่ะ

สำหรับเพจที่มีชื่อ URL เฟสบุ๊ค

shopunun

สำหรับเพจที่ไม่มีชื่อ URL เฟสบุ๊ค

5. ระบุ ที่อยู่ และเบอร์ติดต่อ

เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดต่อร้านเราได้ หรือมั่นใจว่าเราเป็นร้านที่น่าชื่อถือ ที่สำคัญหากใส่ที่อยู่จะช่วยในเรื่องเมื่อลูกค้าทำการค้นหาข้อมูลในพื้นที่ใกล้เคียง หากลูกค้าอยู่ใกล้เคียงเรา จะทำให้ลูกค้าเชื่อถือ และมั่นใจในร้านเรามากยิ่งขึ้น

6. เขียนโน้ต (Facebook Notes) รองรับการค้นหา

 
Artboard 7.png
 

จากข้อ 1-6 ด้านบนนั้นคุณสามารถใส่ได้เพียงข้อความสั้น แต่ในหัวข้อนี้เป็นโอกาสอันดีของคุณแล้วที่คุณจะสามารถอธิบาย ข้อมูลร้าน ข้อมูลสินค้า รวมไปถึง ใส่คีย์เวิร์ดที่เหล่าบรรดาลูกค้าใช้พิมพ์ค้นหามาใส่ได้อย่างเต็มที่ นอกจากเขียนโน้ตแนะนำร้านแล้ว คุณยังสามารถใช้โน้ตในการเขียนอัพเดตข้อมูลข้าวสารต่างๆ โปรโมชั่น สินค้าเข้าใหม่ในโน้ต แถมแอดรูปใส่โน้ตได้ด้วย

7. ใส่ คีย์เวิร์ด (Keyword) และโพสต์สม่ำเสมอ

ใส่คีย์เวิร์ด (Ketword) ในโพสต์

Post_PP_SEO

ทุกครั้งที่คุณพ่อค้าแม่ค้าโพสต์ของอย่าลืมใส่คำที่คนจะค้นหา (เช่น ชื่อชนิดของสินค้า) และติด #แท็กชื่อสินค้าหรือคำที่คิดว่าคนจะค้นหาด้วยนะคะ วิธีนี้จะช่วยให้เฟสบุ๊คตรวจจับเพจของคุณได้ง่ายขึ้น ทำให้คนหาเพจของคุณเจอง่ายขึ้นด้วย

นอกจากการใส่คีย์เวิร์ด (Keyword) เข้าไปในส่วนต่างๆ ของเพจแล้วอีกส่วนที่สำคัญนั่นก็คือการโพสต์ที่จะช่วยให้คุณเจ้าของเพจ โปรโมทเพจแบบไม่เสียเงิน สิ่งสำคัญนั้นมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ


โพสต์บ่อยๆ และสม่ำเสมอ

พยายามหาเรื่องมาโพสต์ทุกวันให้สม่ำเสมอ ซึ่งสิ่งที่โพสต์บางครั้งอาจไม่ใช่รูปสินค้าก็ได้ค่ะ อาจเป็นการแชร์ลิงก์ไปบทความที่มีเนื้อหาดีๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของคุณ หรือรูปภาพที่คนเห็นแล้วจะรู้สึกดีอยากแชร์ต่อ ซึ่งการโพสต์บ่อยๆ จะทำให้เฟสบุ๊ครู้ว่าเพจของคุณยังมีความเคลื่อนไหว ไม่ใช่เพจที่เปิดมาแล้วก็ทิ้งไว้ว่างๆ ไม่มีการอัพเดท นี่ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยดันเพจของคุณให้อยู่อันดับสูงๆ ในการค้นหาด้วยเหมือนกันค่ะ

ติดแฮชแท็ก (Hashtag)

เวลาโพสต์ให้เราติดแฮชแท็ก (Hashtag) หรือ # และตามด้วยคีย์เวิร์ด หรือชื่อเพจเราเสมอ เพื่อให้เฟสบุ๊คจับคีย์เวิร์ดในโพสต์ของเรา เช่น #ร้านเสื้อผ้าราคาถูก #Thelittlethings #อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน แบบนี้เป็นต้นค่ะ


ทำให้คนไลค์โพสต์และเพจ

ในโพสต์ของเราควรมีประโยค Call to Action หรือประโยคเรียกลูกค้าเสมอ เช่น “สนใจสอบถามแม่ค้าได้ทางอินบ็อกซ์เลยจ้า” หรือ “สินค้าลงใหม่ทุกวันพุธ อย่าลืมกด Like Page เพื่ออัพเดตสินค้าล็อตใหม่นะคะ” เป็นต้นเมื่อเพจของเรามีคนกดไลค์เยอะ ไม่ว่าจะด้วยการกดไลค์เพจหรือกดไลค์โพสต์ เฟสบุ๊คก็จะคิดว่าเพจของเราเป็นเพจที่มีคนให้ความสนใจ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้คนค้นหาเจอเป็นเพจแรกๆ ด้วยค่ะ ใครยังไม่เคยอ่านวิธีการเพิ่มการตอบสนองต่อโพสต์ของลูกเพจคลิกที่ลิงก์เพื่ออ่านได้เลยค่ะ

นอกจากการทำให้เพจติดอันดับในช่องค้นหาของเฟสบุ๊คแล้ว พิมเพลินยังมีวิธีการทำให้เพจติดหน้าแรกบน Google ด้วย ถ้าคุณพ่อค้าแม่ค้าคนไหนสนใจอยากศึกษา ก็สามารถคลิกเข้าไปอ่านกันได้เลยนะคะ :)

  

หากคุณสนใจใช้งาน Page365 คุณสามารถ สมัครใช้งานฟรี

หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เริ่มต้นกับ Page365 หรือ ทำไมเราถึงฟรี?