7 เทคนิคการเล่าเรื่อง(Story Telling) นำไปใช้เพื่อเพิ่มยอดขายธุรกิจ

Page365 - ขายของออนไลน์ด้วยการเล่าเรื่องแบบ Story Telling

เรื่องเล่าที่น่าสนใจจะสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้อื่นได้ไม่เว้นแม้กระทั่งในแวดวงของธุรกิจที่คุณปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การเล่าเรื่องเป็นเทรนด์และกลยุทธ์ทางการตลาดที่กำลังจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทรงพลังเป็นอย่างมากในการทำการตลาดในปัจจุบันค่ะ  กลยุทธ์ในการเล่าเรื่องมิได้ถูกนำไปใช้แต่เพียงในบริษัทใหญ่ ๆ เท่านั้น หากแต่บริษัทเล็ก ๆ หรือธุรกิจรายย่อยคุณก็สามารถนำการเล่าเรื่องนี้สร้างแรงดึงดูดและความน่าสนใจให้แก่ธุรกิจของคุณได้เช่นกัน และต่อไปนี้คือเทคนิค 7 ประการที่น่าสนใจที่จะทำให้คุณเป็นนักเล่าเรื่องที่มีประสิทธิภาพค่ะ

 7 เทคนิคการเล่าเรื่องอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับกลยุทธ์ทางการตลาด

1. มีผู้ร้ายและฮีโร่

ทุกเรื่องราวต้องการฮีโร่และผู้รายในการดำเนินเรื่องราวค่ะ ผู้ร้ายสามารถที่จะเป็นอะไรก็ได้เช่นอุปสรรคขวากหนามหรือระบบต่าง ๆ ที่ไม่สะดวกสบายหรือแม้กระทั่งความกลัวในตัวของฮีโร่เอง และบทสรุปของเรื่องราวก็คือวิธีการที่ฮีโร่นั้นจะเอาชนะผู้ร้ายได้อย่างไร ซึ่งผู้ร้ายที่ว่านี้อาจรวมถึงผู้ร้ายหลักของลูกค้าหรือก็คือปัญหาที่ลูกค้าของคุณพบเจอและต้องการให้คุณช่วยแก้ไขให้นั่นเอง

2. ใช้ความขัดแย้ง

ความขัดแย้งในการเล่าเรื่องก็คือความขัดแย้งระหว่างผู้ร้ายกับฮีโร่ บางทีมันอาจจะปรากฏเป็นฮีโร่ตัดสินใจบางอย่างที่จะข้ามพ้นอุปสรรคนั้นหรือเมื่อเจ้าของธุรกิจอย่างคุณตัดสินใจที่จะหาวิธีที่จะเอาชนะปัญหา ความขัดแย้งยังสามารถอธิบายถึงอุปสรรคที่คุณพบระหว่างทางสู่ความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นปัญหากับระบบต่าง ๆหรือสิ่งต่าง ๆที่เป็นขวากหนามสู่ความสำเร็จ หากฮีโร่ไม่มีการต่อสู้หรือแสดงวิธีการแก้ปัญหาให้เห็นเลยเรื่องราวก็จะไม่น่าสนใจ

3. ละเว้นรายละเอียดที่ไม่เกี่ยวข้อง

ละเว้นรายละเอียดใด ๆ ที่ไม่ทำให้เรื่องราวเดินไปข้างหน้าหรือทำให้ตัวละครมีพัฒนาการ อย่าได้นำมาลงเป็นรายละเอียดในเรื่องราวของคุณค่ะ นี่คือวิธีการรักษาความสนใจของผู้อ่าน หากพวกเขาไม่ต้องการรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ตามที่นอกเหนือไปจากสิ่งที่พวกเขาอยากรู้คุณก็ไม่จำเป็นต้องใส่ลงไปในเรื่องราวของคุณค่ะ

4. เล่าเรื่องราวเสมือนคุณกำลังพูด

ข้อนี้ตรงไปตรงมาค่ะ คือ ให้คุณเล่าเรื่องเสมือนคุณกำลังพูดให้กับคนฟังได้ฟังในสิ่งที่คุณกำลังต้องการสื่อสาร

5. ใช้รูปภาพช่วยบอกเล่าเรื่องราว

เฉกเช่นหนังสือนิทานสำหรับเด็กส่วนใหญ่ที่เป็นรูปภาพ การเล่าเรื่องโดยมีภาพประกอบจะทำให้เรื่องราวของคุณมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น นอกเหนือไปจากนั้นภาพประกอบยังช่วยให้คุณสามารถสื่อสารเรื่องราวออกไปให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่ายและจะยิ่งทำให้เรื่องเล่าของคุณดึงดูดความสนใจจากผู้คนค่ะ

6. สร้างให้เป็นตัวตนและทำให้ง่ายต่อการสื่อถึงตัวตนของคุณ

การใช้ภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือใช้รูปภาพของคนจริงที่ไม่ใช่โมเดล ภาพถ่ายสต็อก จะทำให้เรื่องราวของคุณน่าสนใจ ขณะเดียวกันการแสดงบุคลิกของคุณเช่นการเปิดเผยจุดอ่อนและความกลัวของคุณสักเล็กน้อยจะเพิ่มความน่าสนใจให้กับเรื่องราวของคุณเพราะทุกคนมีจุดอ่อนและความกลัวเช่นกัน จงใช้ประโยชน์จากการเล่าเรื่องในลักษณะนี้ เมื่อเราเล่าเรื่องของเราเองเรามักจะเล่าเรื่องของคนอื่นด้วย คนเหล่านั้นคือกลุ่มเป้าหมายของคุณซึ่งก็คือลูกค้าของคุณนั่นเอง

7. เพิ่มความประหลาดใจให้กับเรื่องราว

เรื่องราวที่น่าประหลาดใจจะไม่ทำให้เรื่องราวน่าเบื่อ เรื่องราวที่ดีทุกเรื่องต้องมีอย่างน้อยหนึ่งเรื่องที่สร้างความประหลาดใจ นี่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเรื่องราวเพื่อสร้างปมความขัดแย้งในเรื่องราวของคุณ


คุณสามารถใช้เรื่องราวที่คุณสร้างได้อย่างไร?

1. บล็อกของคุณ

คุณสามารถใช้บล็อกของคุณเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของคุณในแบบยาวหรือคุณสามารถใช้การโพสต์บล็อกแต่ละเรื่องให้เป็นเรื่องย่อ ตัวอย่างเช่นคุณสามารถเขียนโพสต์ซึ่งยกตัวอย่างเกี่ยวกับธุรกิจในแวดวงเดียวกันกับคุณและเขียนโพสต์เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่เขาทำ หรือคุณสามารถเขียนบล็อกโพสต์เกี่ยวกับลูกค้าที่ต้องดิ้นรนกับบางสิ่งบางอย่างและวิธีที่พวกเขาเอาชนะก็ได้เช่นกัน

2. วิดีโอ

เรื่องราวใด ๆ ที่คุณนึกถึงเกี่ยวกับตัวคุณ ธุรกิจของคุณหรือลูกค้าของคุณ คุณสามารถนำเรื่องราวเหล่านั้นมาถ่ายทอดเป็นวิดีโอที่น่าสนใจได้ค่ะ ปัจจุบันการทำวิดีโอคลิปเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ได้ยากดังเช่นในอดีต เพราะมีแอพพลิเคชั่นหลากหลายที่ให้คุณได้เลือกใช้งานอย่างที่คุณต้องการ

3. เพจของคุณ

เพจในที่นี้มักจะเกี่ยวข้องกับบริษัทค่ะ หากบล็อกคือสิ่งที่คุณเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวตนของคุณ เพจก็คือสิ่งที่คุณเอาไว้ใช้เล่าเรื่องราวของบริษัทเช่นหน้าเว็บไซต์ของบริษัทนั่นเอง สิ่งที่คุณควรจะทำเพื่อดึงดูดความน่าสนใจก็คือการเล่าเรื่องราวความเป็นมาหรือการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านมาของบริษัทคุณให้ออกมาเป็นเรื่องราวต่าง ๆ ก็จะสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้มากค่ะ

4. โฆษณาที่โดนใจ

การเล่าเรื่องที่มีประสิทธิภาพจะสามารถตรึงความสนใจของผู้เข้ามาชมได้ค่ะ คุณสามารถใช้การเล่าเรื่องที่มีประสิทธิภาพนี้มาทำการโฆษณาเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้ไม่ต่างจากเบ็ดที่เกี่ยวเหยื่อค่ะ

5. การดึงดูดพนักงานใหม่ให้มาร่วมทีมกับคุณ

เรื่องราวที่ยอดเยี่ยมนอกเหนือจากจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้ บ่อยครั้งที่เรื่องราวเหล่านี้สามารถดึงดูดพนักงานยอดเยี่ยมให้มาร่วมทำงานกับคุณได้ค่ะ ยิ่งหากเรื่องราวนั้นสร้างแรงบันดาลใจ หรือช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กับพวกเขา คุณก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้คนเก่ง ๆ มาร่วมงานกับคุณ

Story telling มีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจในอนาคตเป็นอย่างมากค่ะ การสร้างเรื่องราวของคุณหรือของแบรนด์ออกมาให้ดีนั้นนอกเหนือจากการสร้างการรับรู้และการดึงดูดความสนใจจากลูกค้าก็ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกค้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากคุณอยากให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จลองศึกษาและฝึกฝนการเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณและแบรนด์ของคุณค่ะแล้วคุณจะได้รับผลลัพธ์ที่น่าพอใจจากการทำ Story telling นี้

สำหรับใครที่อยากเรียนรู้วิธีการเล่าเรื่องเพื่อนำไปปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ก็สามาถค้นคว้าเพิ่มเติมได้ทั่วไปทางอินเตอร์เน็ต หรือจะเลือกใช้เทคนิคลัดจากการศึกษาจากแบรนด์ต่างๆ หรือหากอยากเรียนแบบหลักสูตรเร่งลัดสามารถหาคอร์สสอนแบบออนไลน์หรือแบบสอนสด อย่างเช่น Taokaemai.com ได้เช่นกันค่ะ