Page365

View Original

6 เทคนิคตั้งชื่อร้านขายของยังไงให้ขายดี

จะเปิดร้านขายของ ตั้งชื่อร้านว่าอะไรดี? คำถามยอดฮิตพอ ๆ กับคำถามขายอะไรดี? ชื่อร้านนั้นมีหลายแบบด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ตั้งชื่อร้านให้ติดปาก ชื่อร้านเก๋ ๆ จำง่าย หรือชื่อร้านความหมายดี ตั้งชื่อร้านมงคล เพื่อเสริมความมั่นใจในการเริ่มต้นธุรกิจร้านค้าของเราให้ขายดี

เราจะตั้งชื่อร้านแบบไหนก็ต้องดูตามสินค้า กลุ่มเป้าหมายของเราด้วยนะคะ แม่ค้ามือใหม่ที่ยังไม่มีชื่อร้าน หรือยังเลือกชื่อร้านไม่ได้ คิดชื่อร้านไม่ออก ไม่รู้จะตั้งชื่อร้านยังไงดี วันนี้พิมเพลินรวม 6 เทคนิคการตั้งชื่อร้านให้ขายดี ตั้งชื่อร้านให้รวย มาฝากแม่ค้ามือใหม่แล้วค่ะ แถมยังใช้ได้ทั้งตั้งชื่อร้านค้าออนไลน์ และแบบออฟไลน์ด้วยนะคะ :)

1. ตั้งชื่อร้านให้ติดปากลูกค้า

เมื่อลูกค้าคิดจะซื้อสินค้าที่เราขายอยู่ ลูกค้าเก่าเราที่เคยซื้อมาก่อนต้องคิดชื่อร้านออกทันที ชื่อร้านของเราเป็นชื่อร้านติดปากของลูกค้าแล้วค่ะ ชื่อร้านติดปากต้องเป็นคำสั้น ๆ เข้าใจง่าย เห็นแล้วเข้าใจความหมายของชื่อร้านได้เลย คำที่ใช้เป็นชื่อร้านเป็นคำที่คนส่วนใหญ่รู้จักในวงกว้าง เช่น ร้านยำแซ่บ โคตรยำ ตำแหลก เป็นต้น

2. ตั้งชื่อร้านเก๋ ๆ จำง่าย

หากสนใจตั้งชื่อร้านสไตล์เก๋ ๆ สะดุดตา แตกต่างจากร้านขายอื่น ชื่อร้านเก๋ ๆ จำง่าย ใช้คำศัพท์ที่เกิดขึ้นใหม่ หรือใช้คำศัพท์ที่สื่อความหมายแฝง แนะนำให้ตั้งชื่อร้านไม่ยาวจนเกินไป หากต้องการชื่อยาวต้องเป็นชื่อที่มีความหมายดี จนลูกค้าสะดุดตา ตั้งใจอ่านชื่อร้าน และไม่ควรใช้การย่อคำ ชื่อย่อ ผสมลงในชื่อร้าน จะทำให้ลูกค้าเราสับสนได้ง่าย จำชื่อร้านเราไม่ได้ค่ะ

3. ตั้งชื่อร้านความหมายดี ๆ เป็นศิริมงคล

ชื่อร้านความหมายดี ๆ ตั้งชื่อร้านมงคล ก็เป็นการตั้งชื่อร้านที่ได้รับความนิยมอย่างสูงเช่นกันค่ะ หลายร้านชื่อดัง ตั้งชื่อร้านมาจากการถามแม่หมอ ดูดวง ผูกดวง เพื่อเสริมความเป็นศิริมงคลให้ร้านขายดี ลูกค้าเข้าร้านมากยิ่งขึ้น หากเป็นร้านที่แฟชั่นก็สามารถเลือกใช้คำภาษาต่างประเทศมาใช้เป็นชื่อร้าน คนส่วนใหญ่ใช้ตั้งชื่อร้านค้า มีความหมายดี ๆ ตัวอย่างชื่อร้านค้ามงคล คือชื่อร้านที่ประกอบไปด้วยคำว่า ทรัพย์ อุดม มงคล เจริญ รุ่งเรือง เป็นต้น

4. ตั้งชื่อร้านเป็นภาษาพื้นเมือง

ในแต่ละภาคของประเทศไทย เราจะมีภาษาเป็นของตัวเอง ดังนั้นคำภาษาพื้นเมืองส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้ในการตั้งชื่อร้านอาหารค่ะ เพราะภาษาพื้นเมืองนั้นสามารถบ่งบอกถึงถิ่นที่มาของอาหารที่ขายได้ง่าย เห็นแล้วเข้าใจได้เลยว่าร้านนี้ขายสินค้ามาจากภาคไหน หรือร้านเสื้อผ้า ของใช้ต่าง ๆ ที่มีเอกลักษณ์ในสินค้าสูง นำคำพื้นเมืองมาตั้งเป็นชื่อร้าน เมื่อพูดถึงแล้วคนส่วนใหญ่สามารถจินตนาการภาพได้เลย สินค้ามีลักษณะแบบไหน รูปร่างเป็นอย่างไร ด้วยคำภาษาพื้นเมือง เช่น ของกิ๋น อร่อยเด้อ หร่อยแรงนิ เป็นต้น


5. ตั้งชื่อร้านเป็นจุดเด่นของสินค้า

ชื่อร้านที่บอกว่าสินค้าที่ขายคืออะไร หรือนำชื่อสินค้ามาตั้งชื่อร้าน ก็เป็นการวิธีตั้งชื่อร้านที่หลาย ๆ ร้านขายออนไลน์นิยมนำมาใช้กัน การตั้งชื่อด้วยจุดเด่นหรือชื่อสินค้าจะช่วยให้ลูกค้าจำภาพร้านค้าได้ง่ายขึ้นว่า ร้านนี้ขายอะไรเป็นหลัก สินค้าคืออะไร หรือขายสินค้าสไตล์ไหน บางร้านใช้ชื่อร้านเป็นแหล่งที่มาของสินค้าได้เลย เช่น จานกระเบื้องญี่ปุ่น กางเกงลายช้าง เสื้อยืดสไตล์เกาหลี เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้ยังช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณติดอันดับการค้นหาใน Google ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ถ้าหากให้ Keywords ที่มีคำค้นหาสูงค่ะ



6. ตั้งชื่อร้านที่มีคำว่า Shop, Official หรือ Store

ถ้าอยากตั้งชื่อร้านค้าออนไลน์ภาษาอังกฤษ พิมเพลินแนะนำให้มีคำว่า Shop, Official หรือ Store เข้าไปด้วย เพราะคำเหล่านี้มีความหมายว่า “ร้านค้า” และเป็นคำนิยมที่นำไปใช้ เพื่อบ่งบอกว่าชื่อนี้ ร้านนี้ เป็นร้านค้าขายของออนไลน์ แต่ถ้านึกไม่ออกว่าจะตั้งชื่อร้านยังไง ลองนำชื่อของคุณแล้วใส่คำว่า Shop, Official หรือ Store เข้าไปด้วย เช่น PimPlernShop, Kittiya_Official, Prink_Store เป็นต้น

Tips: ร้านค้าออนไลน์ถ้าอยากให้ลูกค้าเสิร์ซเจอร้านค้าของคุณง่ายขึ้น แนะนำว่าควรมีชื่อร้านค้า หรือคำค้นหาเป็นภาษาไทยด้วย เพราะส่วนใหญ่ลูกค้าจะเสิร์ซค้นหาชื่อร้านเป็นภาษาไทยมากกว่า

 

ทั้งหมด 6 เทคนิคตั้งชื่อร้านขายของให้ขายดี ชื่อร้านติดปาก มีความหมายดี ลูกค้าจำง่าย ได้ชื่อร้านเก๋ ๆ จำง่ายไปเปิดร้านขายออนไลน์ให้ขายดีกันค่ะ หากยังตั้งชื่อร้านไม่ได้ก็ลองเขียนสินค้าที่เราจะขาย แล้วลองนึกดูว่าลูกค้าเราจะค้นหาด้วยคำว่าอะไร ก็ใช้ชื่อสินค้ามาตั้งเป็นชื่อร้านได้เช่นกันค่ะ

เปิดร้านออนไลน์ได้แล้ว อย่าลืมหาตัวช่วยจัดการหลังร้านที่ครอบคลุมตั้งแต่ระบบรวมแชท จัดการบิล จนถึงขั้นตอนการจัดส่งกันอย่าง Page365 ระบบจัดการหลังร้านค้าออนไลน์แบบครบวงจรด้วยนะคะ เพื่อให้การขายของออนไลน์ของคุณเป็นเรื่องที่ง่าย สะดวก ร้านค้าออนไลน์ของคุณเป็นระบบรมากยิ่งขึ้นค่ะ

หากคุณสนใจใช้งาน Page365 คุณสามารถ สมัครใช้งานฟรี

หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เริ่มต้นกับ Page365 หรือ ทำไมเราถึงฟรี?


See this content in the original post