เริ่มต้นธุรกิจขายอาหารออนไลน์ แบบไหนถึงรุ่ง!!

 
food online.jpg
 

จากโผที่เราเคยทำไว้  อัพเดตเทรนด์ล่ามาแรง สินค้าน่าขายออนไลน์ ปี 2018  ธุรกิจอาหารออนไลน์จัดว่ามาแรงมาก ซึ่งผ่านมาแล้วครึ่งปีก็เป็นจริงตามเทรนด์ไม่บิดพริ้ว อย่าง “บอนชอน“ หรือขนมปังเจ้าดังเยาวราช ก็เริ่มขยับเข้ามาเป็นธุรกิจแบบเดลิเวอรี่ซึ่งใครที่อยากมาจับธุรกิจอาหารออนไลน์บ้างล่ะก็ ห้ามพลาดคอนเทนต์วันนี้ค่ะ

สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนทำธุรกิจอาหารออนไลน์ ?

  • การรักษาคุณภาพอาหาร จนกว่าจะถึงมือลูกค้า คือสิ่งแรกที่คุณควรนึกถึงค่ะ ซึ่งถ้าหากคุณขายอาหารแห้ง ข้อดีก็คือสามารถเก็บไว้ได้นาน สามารถส่งไปรษณีย์ได้ แต่ถ้าหากขายอาหารสด จำเป็นต้องคำนึงถึงขั้นตอนนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการฟรีซ หรือการซีนอาหาร ก็ช่วยรักษาคุณภาพอาหารได้ค่ะ

  • การขนส่งควรเลือกให้เหมาะกับอาหารด้วย อย่างอาหารสดควรใช้การขนส่งแบบแมสเซนเจอร์, Lineman, Lalamove หรือขนส่งเอกชนอื่นๆ แต่หากเป็นอาหารแห้งก็อาจจะใช้การส่งไปรษณีย์ หรือส่งแบบข้ามวันก็ได้ค่ะ

  • การโปรโมทต้องแข่งขันเยอะ เพราะลูกค้ามีตัวเลือกเยอะ อาจจะต้องใช้ภาพสินค้าโปรโมทที่สะดุดตา หรือไม่ก็สร้างเรื่องราวให้กับเมนูอาหาร ให้ดูมีลูกเล่นมีความน่าสนใจเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าอยากซื้อไปรับประทานนั่นเอง


ธุรกิจอาหารออนไลน์นั้น อาหารประเภทไหนน่าขายสุด ?

  1. อาหารกล่อง

 credit : chefjowcatering

credit : chefjowcatering

 credit : chefjowcatering

credit : chefjowcatering

อาหารกล่องแบบเมนูเดียวจบนี่แหละที่ยังไงก็ขายได้แน่นอน แต่อย่าลืมใส่ใจเรื่องรสชาติด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น หรือเกาหลี เพราะอย่าลืมว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่สั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่เป็นคนเมือง ชีวิตก็จะเร่งรีบ การขายอาหารกล่องแบบนี้แหละที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เป้าหมายส่วนใหญ่ได้ดีที่สุด


2.อาหารซีฟู๊ด

 
 credit : เจ๊หงษ์ ซีฟู๊ด

credit : เจ๊หงษ์ ซีฟู๊ด

 

2-3 ปีที่ผ่านมาดูเหมือนจะเป็นปีทองของอาหารซีฟู๊ด เพราะร้านค้าออนไลน์เกิดขึ้นเยอะ แถมขายดีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเมนูปูดอง กุ้งเแช่น้ำปลา หรือทะเลเผาต่างๆ จนกลายเป็นเมนูท๊อปบนโลกออนไลน์ และก็อย่างที่บอกว่าขายอาหารออนไลน์เน้นเมนูที่จัดส่งง่าย ซึ่งอาหารซีฟู๊ดแบบนี้ตอบโจทย์มากๆค่ะ

3. น้ำพริก

 
 credit : Namprik.Jadjans

credit : Namprik.Jadjans

 

เมนูน้ำพริกก็ดูจะฮิตไม่แพ้กัน เพราะเป็นอาหารแห้งที่ลูกค้าชอบซื้อไปเก็บไว้ทาน แถมมีลูกค้ามากมายหลายแบบ ซึ่งหากคุณเลือกขายน้ำพริก คุณอาจจะไม่ต้องมานั่งทำวันต่อวัน เพราะน้ำพริกค่อนข้างเก็บได้นานพอสมควร และง่ายต่อการจัดส่ง

4. อาหารประเภททอด

 credit : ใบตอง หมูทอดสยาม

credit : ใบตอง หมูทอดสยาม

 credit : เนื้อทอดเทวดา by น้าเน็ก

credit : เนื้อทอดเทวดา by น้าเน็ก

พวกของทอดก็ขายง่ายนะคะ แต่แนะนำหน่อยว่าเมนูทอดของคุณต้องมีซิกเนอเจอร์ที่ต่างจากคนอื่น จะมาขายหมูทอด เนื้อทอด ไก่ทอดธรรมดาก็ดูเหมือนลูกค้าเค้าจะเดินไปซื้อเองก็ได้ ไม่จำเป็นต้องอดทนรอซื้อในออนไลน์ แต่ถ้าคุณมีสูตรเด็ด หรือไอเดียที่แจ่มกว่าคนอื่น เปลี่ยนเมนูทอดให้น่าทานมากขึ้น รับรองว่าอาหารประเภทนี้ขายในออนไลน์ได้ดีมากๆค่ะ

5. อาหารคลีน

 credit : DJPoom Menu

credit : DJPoom Menu

แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรง โดยเฉพาะหนุ่มสาวนิยมทานอาหารคลีนเอามากๆ และมันก็หาทานยากซะเหลือเกิน ซึ่งนี้เป็นข้อดีหากคุณลือกที่จะขายอาหารคลีนที่มีความต้องการในตลาดสูง กลุ่มเป้าหมายเยอะ แถมจัดส่งง่าย ธูรกิจของคุณก็จะไปได้สวยแน่นอน

6. ผลไม้สด

 
 credit : aDay FRESH

credit : aDay FRESH

 

ฮิตไม่แพ้อาหารคลีนก็ต้องบรรดาผลไม้สดนี่แหละค่ะ มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยเลยที่เบื่อกับการออกไปเดินจ่ายตลาด และเลือกที่จะสั่งสินค้าแบบเดลิเวอรี่ซะมากกว่า ซึ่งถ้าหากคุณคัดผลไม้ที่มีคุณภาพมาขาย พร้อมแพ็คแกจที่สวยงาม รับรองเลยว่าธุรกิจนี้ไปได้ไกลแน่นอน

7. อาหารสดแช่แข็ง

 credit : Qfresh

credit : Qfresh

 credit : Qfresh

credit : Qfresh

ตอนนี้อาหารสดแช่เเข็ง เช่น ปลาสด กุ้งสด หมึกสด ก็เริ่มขยับมาขายออนไลน์มากขึ้น เนื่องด้วยเป็นสินค้าที่ขนส่งง่าย เป็นที่ต้องการของลูกค้าทั่วไป จึงเป็นอาหารอักหนึ่งประเภทที่น่าจับตามองค่ะ

8. เบเกอรี่

 credit : Bakery Maker

credit : Bakery Maker

 credit : Bakery Maker

credit : Bakery Maker

ขายดีตลอดกาลคงหนีไม่พ้นเมนูเบเกอรี่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เค้ก ขนมปัง คุ๊กกี้ หรือขนมไทย พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์หลายคนเลือกเปิดรับทำเป็นออเดอร์ และจัดส่งให้ลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าวิธีนี้ยังเป็นวิธีที่ดีอยู่ และเบเกอรี่ก็ยังจัดส่งง่าย สามารถใช้ช่องทางการขนส่งได้หลายแบบค่ะ

แล้วอะไรบ้างที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษในการเริ่มธุรกิจขายอาหารออนไลน์ ? …  วันนี้ Page365 รวบรวมมาให้แล้วค่ะ

  • การจัดส่ง

    สิ่งแรกเลยที่ธุรกิจอาหารออนไลน์จะต้องใส่ใจ นั่นก็คือ การจัดส่ง เพราะขั้นตอนนี้ค่อนข้างสำคัญ หากรสชาติอาหารของคุณจะเด็ดแค่ไหน แต่ขั้นตอนการจัดส่งล่าช้า ไม่เป็นไปตามที่ลูกค้าต้องการ บางทีลูกค้าก็ต้องโบกมือลา เพราะฉะนั้นคุณควรโฟกัสที่เรื่องการจัดส่งให้มาก และเลือกการจัดส่งให้เหมาะกับสินค้าของคุณ ซึ่งวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้เห็นกันเลยว่าการจัดส่งแบบไหนดี และเหมาะกับธุรกิจของคุณมากที่สุด

    • ไปรษณีย์ไทย

      การจัดส่งแบบนี้เหมาะกับพวกเมนูอาหารแห้ง และเป็นเมนูอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นานค่ะ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าไปรษณีย์ไทยใช้ระยะเวลาจัดส่งค่อนข้างนานพอสมควร เช่น การจัดส่งแบบลงทะเบียนนั่นเองค่ะ

    • Kerry Express

      การจัดส่งด้วย Kerry ถือเป็นช่องทางที่หลายร้านเลือกใช้ค่ะ ซึ่งเค้ามีบริการแบบ Bangkok Sameday ส่งแบบภายในวันเดียวถึง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งเหมาะมากกับแบบอาหารแห้ง

    • Line Man

      แต่ที่นิยมสุดๆก็คงหนีไม่พ้นการจัดส่งด้วย Line Man นั่นเอง เพราะค่อนข้างจัดส่งแบบเรียลไทม์ เหมาะกับอาหารทุกประเภทค่ะ สามารถใช้บริการแมสเซนเจอร์ของเค้าวิ่งไปรับของถึงที่ได้เลย และจัดส่งค่อนข้างตรงเวลาค่ะ

    • Lalamove

      อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับบุคคลทั่วไป เหมากับอาหารืุกประเถททั้ง อาหารสด อาหารแห้ง หรืออาหารแช่แข็ง ก็อาสาบริการส่งให้ ส่วนใหญ่ส่งสินค้าในกรุงเทพ ซึ่งเค้าคอนเฟิร์มเลยว่าจะถึงมือผู้รับภายใน 1-2 ชั่วโมง

    • วินมอเตอร์ไซค์

      ง่ายสุดก็พี่วินแถวบ้านนี่แหละค่ะ มีอยู่ทุกตรอกซอกซอย เรียกใช้บริการได้เลย ค่าจัดส่งก็คิดตามระยะทาง แต่คุณอาจจะต้องคำนวณให้ดีซักหน่อย ป้องกันการคิดค่าส่งที่เกินจริงนั่นเองค่ะ

  • การโปรโมท

    ใช่แล้วค่ะ ธุรกิจจะเติบโตได้ ต้องอาศัยการโปรโมทที่ชัดเจน และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการโปรโมทธุรกิจอาหารก็ไม่ได้แตกต่างจากธูรกิจทั่วไปสักเท่าไหร่ แต่ความยากจะอยู่ตรงที่ จะทำยังไงให้ลูกค้าเชื่อว่าของเราดี ของเรารสชาติอร่อย หรือแตกต่างจะร้านทั่วไปที่เค้าสามารถเดินออกไปซื้อเองได้ใกล้บ้าน ซึ่งช่องทางการโปรโมทควรจะมีทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์

    • Facebook

      จัดเป็นช่องทางหลักสำหรับการโปรโมทร้าน รับลูกค้าใหม่ เอาไว้ลงคอนเทนต์เกี่ยวกับสินค้า ลงภาพสินค้า รวมไปถึงโปรโมทโปรโมชั่นต่างๆ และยังสามารถลงโฆษณาได้อีกด้วย

    • Instragram

      ช่องทางนี้ส่วนใหญ่เป็นนักช็อปกระเป๋าหนักค่ะ อาจต้องใช้รูปภาพที่สวยเว่อร์จริงๆ เพื่อดึงดูด อย่างพวกร้านเค้ก หรือร้านขนมแบบนี้จะขายดี เพราะภาพถ่ายออกมาสวย และแน่นอนว่าตอนนี้ไอจีก็สามารถลงโฆษณาได้แล้วเหมือนกัน

    • Line@

      ช่องทางนี้เน้นรับลูกค้าเก่า ไว้โปรโมท กระจายโปรโมชั่นต่างๆ และสามารถรับออเดอร์ในนี้ได้ด้วย ช่วยลดขั้นตอนได้ดีมากๆค่ะ

  • แพ็คเกจ และรูปสินค้า

    ภาพลักษณ์ หรือรูปถ่ายของอาหารที่น่าทาน ช่วยดึงดูดได้เสมอ ควรให้ความสำคัญกับภาพถ่าย และเรื่องของรูปแบบบรรจุภัณฑ์เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ต้องดูดี สะอาด ปลอดภัย ลูกค้าซื้อไปแล้วสามารถนำไปอุ่นได้ทั้งบรรจุภัณฑ์ และอย่าลืมคิดถึงดีเทลเล็กๆน้อยๆอย่าง ช้อนส้อม ตะเกียบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าด้วยนะคะ

  • การชำระเงิน

    เดี๋ยวนี้มีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย แล้วแต่แต่ละร้านจะเลือกใช้ แต่ถ้าเลือกใช้ระบบ Page365 ที่มีช่องทางการชำระเงิน ตั้งแต่การรับโอน จ่ายผ่านบัตรเครดิต,Line Pay และอื่นๆ ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าได้มากขึ้น แถมดูน่าเชื่อถืออีกด้วย

และทั้งหมดนี้ก็คือการเริ่มต้นธุรกิจอาหารออนไลน์ที่พ่อค้า แม่ค้าออนไลน์มือใหม่ควรต้องทำความเข้าใจ อีกทั้งเรื่องคุณภาพอาหาร รวมไปถึงบริการต่างๆก็เป็นหัวใจสำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจก็เติบโตได้ไม่ยาก นอกจากนั้นต้องไม่ลืมผู้ช่วยดีๆ อย่าง Page365 ระบบช่วยจัดการร้านค้าครบวงจรที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น สนใจสมัครใช้งานวันนี้ ฟรีตลอดชีพนะคะ ^^

หากคุณสนใจใช้งาน Page365 คุณสามารถ สมัครใช้งานฟรี

หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เริ่มต้นกับ Page365 หรือ ทำไมเราถึงฟรี?