ภาษีขายของออนไลน์ ฉบับอัพเดต 2019 เข้าใจง่าย 3 นาที

BN_Tax-calculate#2.png

เมื่ออาชีพขายของออนไลน์ช่วยสร้างรายได้อย่างดี แถมไม่ต้องลาออกจากงานประจำก็ทำได้  อาชีพนี้จึงกลายเป็นอาชีพยอดนิยมของยุคนี้ และเมื่อเรามีรายได้เป็นของตัวเอง หน้าที่สำคัญที่จะลืมหรือเลี่ยงไม่ได้เลยนั่นก็คือ "หน้าที่การเสียภาษี" มาทำความเข้าใจเรื่องของภาษีกันว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลยค่ะ


ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีแบบไหน ?

ทำความเข้าใจกันก่อนว่าการขายของออนไลน์นั้นหากไม่ได้มีการเปิดหรือจดทะเบียนในรูปแบบบริษัท จะถือเป็นการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่ง ถูกจัดอยู่ในเงินได้ประเภทที่ 8 คือเงินได้จากการค้าขาย และช่วงเวลาที่พ่อค้าแม่ค้าต้องยื่นภาษีจะมีอยู่ 2 ช่วงดังนี้

  • ยื่นภาษีสิ้นปี (ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90) ช่วงเดือน ม.ค. - มี.ค. เป็นการสรุปรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา

  • ยืนภาษีกลางปี (ยื่นแบบ ภ.ง.ด.94) ช่วงเดือน ก.ค. - ก.ย. เป็นการสรุปรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีภาษีแรกที่ผ่านมา โดยที่ ค่าลดหย่อน บางรายการจะถูกหักเหลือครึ่งหนึ่งด้วย เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัวจะลดลงจาก 30,000 เหลือ 15,000


คำนวนภาษีอย่างไร ?

สำหรับร้านค้าออนไลน์ คำนวนภาษีได้ 2 แบบ คือ เสียภาษีแบบอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  และ เสียภาษีแบบนิติบุคคล (กรณีนี้สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่มีการจดทะเบียนเป็นบริษัท)

ซึ่งส่วนใหญ่ร้านค้าออนไลน์มักจะไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์ วันนี้พิมเพลินขอพูดถึงเฉพาะการคำนวนภาษีแบบบุคคลธรรมดาละกันค่ะ ซึ่งการคำนวนภาษีรายได้แบบบุคคลธรรมดานั้น สูตรคือ (รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย สามารถคำนวนได้ 3 แบบ จุดสำคัญอยู่ที่ ค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อน นั่นเอง


ค่าใช้จ่ายที่นำมาคิดภาษีสำหรับร้านค้าออนไลน์มีกี่แบบ ?

  1. หักค่าใช้จ่ายตามอัตรา 60% สำหรับร้านค้าออนไลน์ที่ซื้อมา ขายไป ไม่ได้ผลิตเอง

  2. หักค่าใช้จ่ายตามจริง สำหรับร้านค้าที่ผลิตสินค้าเอง แต่กรณีนี้ต้องมีเอกสารที่ต้องใช้ยื่นเย๊อะมว้าาาาาก

  3. หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา คือ คิดภาษี 0.5% หากคุณมีรายได้จากการขายของออนไลน์มากกว่า 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท)


ยังมีเรื่อง การลดหย่อน และตารางอัตราภาษี อีกด้วยนะ !!

การลดหย่อนภาษี คือ รายการค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่สรรพากรประกาศให้นำมาหักลบกับรายได้ เพื่อให้เราคำนวน รายได้สุทธิ ออกมากและนำไปเปรียบเทียบคิดภาษีกับตารางอัตราภาษี ที่เรามักจะได้ยินว่า คำนวนภาษีแบบขั้นบันได นั่นแหล่ะค่ะ

สูตรคือ (รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย ที่เรียกว่าขั้นบันไดเพราะว่า เมื่อเราได้ รายได้สุทธิ แล้วต้องนำรายได้สุทธินั้นมาเทียบกับกับตารางอัตราภาษี เพื่อดูว่า เราจะเสียภาษีเท่าไร (รายได้สุทธิคือ รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่างๆ)

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2561

ศัพท์ภาษีน่ารู้
รายได้สุทธิ หมายถึง รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อนต่างๆ
ค่าลดหย่อน หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่สรรพากรประกาศให้นำมาหักลบกับรายได้
อัตราภาษี หมายถึง อัตราภาษีที่รัฐบาลประกาศ


มาลองคำนวนภาษีแบบวิธีที่ร้านส่วนใหญ่ใช้ คือ หักค่าใช้จ่ายตามอัตรา กันดีกว่า...

สูตรการคำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เงินได้สุทธิต่อปี อัตราภาษี
0 - 150,000 *ได้รับการยกเว้นภาษี*
150,001 - 300,000 5%
300,001 - 500,000 10%
500,001 - 750,000 15%
750,001 - 1,000,000 20%
1,000,001 - 2,000,000 25%
2,000,001 - 5,000,000 30%
5,000,001 บาทขึ้นไป 35%

ลองใส่ตัวเลขเข้าไปดูค่ะ ยกตัวอย่าง

  • นาย A มีรายได้จากการขายของออนไลน์ 1,000,000 บาท

  • คิดภาษีด้วยการหักค่าใช้จ่ายตามอัตราคือ 60% เท่ากับค่าใช้จ่าย 600,000 บาท

  • มีค่าลดหย่อนจากช็อปช่วยชาติเพียงอย่างเดียว 15,000 บาท

สูตรการคำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

(รายได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี = ภาษีที่ต้องจ่าย

จากนั้นนำรายได้สุทธิไปเทียบกับตารางอัตราภาษี

(1,000,000 - 600,000 - 15,000) = รายได้สุทธิ 385,000 บาท

เงินได้สุทธิต่อปี

อัตราภาษี

เทียบอัตรา

ภาษีที่ต้องเสีย

0 - 150,000

*ได้รับการยกเว้นภาษี*

เงินบาทที่ 0 - 150,000 = ได้รับการยกเว้นภาษี

ได้รับยกเว้น

150,001 - 300,000

5%

เงินบาทที่ 150,001 - 300,000 = เสียภาษี 5%

7,500 บาท

300,001 - 500,000

10%

เงินบาทที่ 300,001 - 385,000 = เสียภาษี 10%

8,500 บาท

500,001 - 750,000

15%

750,001 - 1,000,000

20%

1,000,001 - 2,000,000

25%

2,000,001 - 5,000,000

30%

5,000,001 บาทขึ้นไป

35%

ภาษีที่นาย A ต้องเสียเท่ากับ 7,500 + 8,500 = 16,000 บาท

ทั้งนี้ภาษีจะเสียมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อนเนี่ยล่ะค่ะ เช็คข่าวสารกันให้ดี เพราะแต่ละปีสรรพากรประกาศค่าลดหย่อนไม่เท่ากันนะคะ อาจทำให้เราวางแผนผิดกันได้ เช็คค่าลดหย่อนปี 2561 กันเลย


สำหรับใครที่อ่านมาเยอะแล้วก็ยังคงงงอยู่ดี ไม่ต้องกลัวค่ะ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีช่วยเราได้ เลิกกังวลแล้วมองหาตัวช่วยในการคำนวนภาษีได้ที่นี่เลยค่ะ แค่ใส่ตัวเลขก็คำนวณยอดภาษีออกมาให้เราได้เลย

1. RD Smart Tax

เป็นแอพสำหรับมือถือมีให้ใช้ทั้ง iOS และ Android หาดาวโหลดเอามาคำนวนกันได้เลย 

3.jpg

2. iTAX Pro

โปรแกรมนี้มีให้ใช้ทั้งบนคอมฯ และมือถือ แอพหน้าตาสวยงามดูง่าย กรอกตัวเลขเป็นขั้นตอนชัดเจน ไม่งงงวยเหมือนเวลาเรากรอกในเว็ปสรรพากรแน่นอน ลองโหลดนำไปคำนวนภาษีกันได้เลยจ้า มีให้ใช้ทั้ง iOS และ Android เช่นกัน

4.jpg

3. เว็บไซต์ของธนาคาร

ถ้ากังวลเรื่องความปลอดภัยการใช้โปรแกรมหรือแอพบนมือถือล่ะก็ เว็บของธนาคารก็มีไว้รองรับและช่วย พ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ ในการคำนวนภาษีเช่นกันค่ะ


การเสียภาษีถือเป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้นะคะ เราผู้เป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ก็ถือว่าเป็นผู้มีรายได้เช่นกัน เพราะหากเราไม่ทำการยื่นภาษี เราจะโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง แถมยังต้องเสียค่าปรับอีกด้วย ทางที่ดีทำให้ถูกต้องตามกฎหมายไว้ก่อน สบายใจกว่ากันเยอะค่ะ

 

หากคุณสนใจใช้งาน Page365 คุณสามารถ สมัครใช้งานฟรี

หรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เริ่มต้นกับ Page365 หรือ ทำไมเราถึงฟรี?